ลุยเทศกาล “ดิวาลี” หวังดึงนักท่องเที่ยวอินเดียกว่าแสนราย
ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวอินเดียปี68 2.5 ล้านคน ดันเทศกาล “ดิวาลี” ดึงนักท่องเที่ยวกว่าแสนราย คาดเงินสะพัดกว่า 650 ล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า งาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025” ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลใหญ่ที่ ททท.จัดขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวฮินดู โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่ง “ดิวาลี” ถือเป็นเทศกาลแห่งแสงสว่างและวันขึ้นปีใหม่ของชาวฮินดูทั่วโลก โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 16–31 ตุลาคม 2568
สำหรับปีนี้ ททท.ร่วมมือกับสมาคมชาวอินเดียในประเทศไทย พร้อมพันธมิตรภาคเอกชนและห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง เพื่อยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ภายใต้แนวคิด “Light UnitesUs – แสงเชื่อมสัมพันธ์” ที่ใช้ “แสง” เป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต ความหวัง และการเฉลิมฉลอง พร้อมถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างสองวัฒนธรรม ไทย–อินเดีย ผ่านงานศิลป์ แสง สี เทคโนโลยีสื่อผสมที่ทันสมัย
โดยปีนี้พื้นที่จัดงานแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ พื้นที่ถนนพาหุรัด วันที่ 16–31 ตุลาคม 2568 เนรมิตถนนทั้งสายให้สว่างไสวด้วยการประดับไฟอันวิจิตรและเทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น. และในวันที่ 18-20 ตุลาคม ชมการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–อินเดีย วันละ 4 รอบ อาทิ ระบำโคมอัจจะกัป ระบำโคมบัวนาฏยศิลป์ร่วมสมัย การแสดงผสมผสานระหว่างนาฏศิลป์คลาสสิก (Bharatanatyam) และนาฏศิลป์พื้นบ้าน (Bihu – อัสสัม) India Contemporary dance and Bollywood dance และในวันที่ 19 ตุลาคม จะมีพิธีเปิดงานและขบวน “Happiness Troop” ทั้งขบวนแห่พระแม่ลักษมี พระพิฆเนศ และขบวนสไตล์ Bollywood พร้อมดูแลด้านการจราจรและความปลอดภัยร่วมกับ กทม. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ นางสาวฐาปนีย์ ยังกล่าวว่า ในปีนี้ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้ามาท่องเที่ยวในไทย 2.3–2.5 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันอินเดียเป็นตลาดหลักอันดับ 3 ของไทย โดยมีแนวโน้มใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 37,000 บาท/คน/ทริป และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยเพิ่มจาก 6 วัน เป็น 6.6 วันต่อทริป ทั้งยังพบว่านักท่องเที่ยวอินเดียเริ่มเดินทางกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ มากขึ้น จากเดิมที่นิยมเฉพาะกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ขยายไปสู่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และภาคอีสาน
ททท.คาดว่าตลอดช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวอินเดียร่วมงาน ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรจัดงานส่งเสริมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯ (ไอคอนสยาม, เดอะมอลล์พารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, วัน แบงค็อก) รวมถึง พัทยา ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี
อย่างไรก็ดี ททท. ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “Indian Passport Privilege” มอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางมาไทยในช่วงเดือนตุลาคม เพียงแสดงหนังสือเดินทางอินเดียจะได้รับสิทธิส่วนลดหรือโปรโมชั่นจากพันธมิตร เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม จุดหมายท่องเที่ยว และสายการบินต่าง ๆ โดยจะต่อเนื่องไปกับแคมเปญ “Amazing Thailand Passport Privilege” ในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคมนี้อีกด้วย
พร้อมกันนี้ นางสาวฐาปนีย์ ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมอินเดียร่วมแต่งชุดส่าหรีเที่ยวงานดีวาลี เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งแสงสว่าง ความศรัทธา และมิตรภาพระหว่างไทย–อินเดีย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกเทศกาลที่เติมเต็มสิ่งดี ๆ ให้ชีวิต และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงการจัดงานว่า ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมแผนรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยมีการจัดกำลัง สายตรวจเดินเท้า เจ้าหน้าที่ล่ามแปล และชุดเคลื่อนที่เร็ว ประจำจุดทางเข้า–ออกพื้นที่จัดงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมี รถโมบายตรวจการณ์อัจฉริยะ (Smart Mobile Unit) ที่เชื่อมต่อกับระบบ กล้องวงจรปิด (CCTV) และ กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าบุคคล เพื่อป้องกันเหตุและตรวจสอบบุคคลที่มีหมายจับหรืออยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง รวมถึงใช้ช่วยค้นหาผู้ที่พลัดหลงในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
เราอยากให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งนี้ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เทศกาลดีวาลีปีนี้เป็นงานที่ทั้งสวยงาม อบอุ่น และปลอดภัยที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB